โรงเรียนมหาราช ๒

หมู่ที่ 6 บ้านมหาราช ตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84190

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

077-366762

ครอบครัว อธิบายการปรึกษาก่อนแต่งงานลดปัญหาความรุนแรงหลังสมรส

ครอบครัว จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ทุกๆ ประเทศทั่วโลกมีผู้หญิง 1 ใน 3 คน การศึกษาในประเทศที่พัฒนาแล้วพบว่า 40-70 เปอร์เซ็นต์ ของภรรยาที่ การตายจากการถูกฆาตกรรมจะโทษสามีหรือคู่ของตน มีสามีเพียง 6 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นที่ถูกภรรยาหรืออดีตคนรักฆ่า ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน หนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่ไม่ได้ลงข่าวหน้าหนึ่งเกี่ยวกับสามีที่ฆ่าภรรยาของเขา

ความคับแค้นใจทุกชนิดที่เกิดจากความหึงหวง เช่น ผู้ชายเสพยา ทำร้ายภรรยา และผู้หญิงอยากเลิกรา ชายคนหนึ่งไปขึ้นศาลกับอดีตภรรยาซึ่งเป็นโสเภณีในห้างสรรพสินค้า เมื่อผู้หญิงคนนั้นปฏิเสธที่จะกลับมาด้วยกัน เขาเพียงแค่มองไปที่แขนของเขา และในสายตาของคนจำนวนมาก แทงผู้หญิงคนนั้นอย่างจริงจัง สุดท้ายเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

ดื่มจนเมา เขากลับมาบ้านตอนดึกและขอมีเพศสัมพันธ์กับภรรยา แต่ภรรยาปฏิเสธและทุบตีเขาจนตาย ผู้ชายที่เลิกกับแฟนเพราะความรุนแรง ความหึงหวง การแก้แค้นด้วยกรด แม้แต่การวิจัยก็ยังสรุปไม่ได้ถึงสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากปัจจัยดังนี้ ความเชื่อ ภรรยายินยอมให้สามีทำร้าย เพราะคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่สามีจะทำร้ายภรรยา

ในการสำรวจผู้หญิงอายุ 15-49 ปีในอินเดีย ตุรกี และอัฟกานิสถาน กว่าครึ่งเชื่อว่าเป็นสิทธิของสามีที่จะเฆี่ยนตีหรือทุบตีภรรยา ในฐานะสามี เขาถือว่าการทำร้ายภรรยาของเขาเป็นการไม่ให้เกียรติหากเธอไม่ฟังสามีของเธอ หรือแต่งตัวไม่เหมาะสมตามที่เขาต้องการ สิทธิและหน้าที่ของสามี ความนับถือตนเองต่ำและอุปนิสัยของภรรยา ในประเทศไทย ฉันได้ถามภรรยาชาวไทยหลายคนที่ถูกสามีทำร้ายว่าทำไมพวกเขาถึงไม่เลิกรากันครอบครัวคำตอบคือ ภรรยาต้องพึ่งพาทางการเงินของสามี เพราะการศึกษาต่ำ ไม่มีงานทำ ไม่มีญาติ ไม่มีเพื่อน ภรรยาบางคนโทษตัวเองที่ทำร้ายสามี พูดไม่ดีว่าเขาไม่ได้เตรียมอาหารโปรด ภรรยาบางคนยอมจำนน กลัวการต่อสู้ ชอบเก็บตัว ซึมเศร้า สามีมีความภาคภูมิใจในตนเองต่ำและลักษณะบุคลิกภาพ เช่น การศึกษาต่ำ การว่างงาน รายได้น้อย ขาดความมั่นใจในตนเอง พิการ โกรธจัด โมโหร้าย

รวมทั้งควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โรคประสาท โรคทางจิต โรคพิษสุราเรื้อรัง สารเสพติดใช้ในทางที่ผิด นิสัยชอบเล่นการพนัน ขาดระเบียบ ขี้หึง รับรู้การนอกใจ พ่อแม่ของเด็กชายบางคนกระทำความรุนแรงในครอบครัว หรือให้เขาเห็นสังคม วัฒนธรรม คนในสังคมคิดว่าเห็นสามีตีภรรยาคือคุณ เช่น คนร้ายทุบตีผู้หญิง ขอให้ไม่มีใครช่วยเมีย ถ้าเรียกทอง เงิน ทรัพย์สินว่าผัวเมีย

แม้ว่าประเทศไทยจะมีกฎหมายที่ลงโทษความรุนแรงในครอบครัว แต่การบังคับใช้กฎหมายก็ยังไม่มีความชัดเจน บางคนที่ล่วงละเมิดภรรยาของตนไม่กล้าแจ้งความ หรือบางส่วนของรายงานที่ไม่ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ พยายามไกล่เกลี่ยเจรจาเพราะเป็นสามีภรรยากันจนภรรยาบางคนกลับมาจากสถานีตำรวจและถูกฆ่าตาย

นอกจากนี้ ผลระยะยาวของการถูกทำร้ายอย่างรุนแรง เช่น การบาดเจ็บทางร่างกายที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรือทุพพลภาพ หากแม่ยังคงทนใช้ความรุนแรงในครอบครัวต่อไปผลกระทบระยะยาว ได้แก่ ความเครียด ความกลัว หวาดระแวง วิตกกังวล ซึมเศร้า สมาธิสั้น รู้สึกไร้ค่า กินไม่ได้ นอนไม่หลับและเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ก้าวร้าว ติดเกม ติดเหล้า ติดยาเสพติด ถูกไล่ออกจากโรงเรียน เด็กเร่ร่อน ปัญหาอาชีพ

นอกจากนี้ สำหรับคุณแม่ที่มีอาการป่วยทางจิตอันเป็นผลมาจากความรุนแรง สามารถนำไปสู่การแท้งบุตรได้หากตั้งครรภ์ ทารกเกิดก่อนกำหนด เด็กที่ไม่แข็งแรง การเลี้ยงดูที่ไม่ดี ความเชื่อในความเท่าเทียมทางเพศ ไม่มีใครมีสิทธิทำร้ายผู้อื่นทางร่างกายหรือจิตใจ ก่อนจะไว้ใจผู้หญิงคนนี้ ผู้ชายต้องยกชีวิต จิตใจ ให้พึ่งตนเองเสียก่อน สามีไม่ได้รับอนุญาตให้ทำร้ายผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงินก็ตาม เรื่องส่วนตัว

ถ้าห้ามสามีจะไม่ฟัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสาเหตุคือความเชื่อหรือนิสัยที่ผ่านพ้นไม่ได้ของเขา เช่น ผู้ชายบางคนทำร้ายภรรยาทุกครั้งที่เมา แต่ไม่เมาเป็นต้น ภรรยาต้องไม่กลัวที่จะแยกจากกัน ไม่ต้องกลัวขาดความอบอุ่น เพราะถึงฉันจะไม่ใช่สามีแต่เขาก็เป็นพ่อที่รักลูกของฉัน เมื่อทราบสาเหตุของการเลิกราแล้ว ก็จำเป็นต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด และมีวิธีหลีกเลี่ยงการทำร้ายเขา ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ตำรวจ สังคม รัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเอาจริงเอาจัง

เรามีปัญหาส่วนตัวกัน ฉันคิดว่าการเลิกรากันน่าจะดีสำหรับเราทั้งคู่ ตอบตกลง คำตอบมากมายรวมถึงคนดังที่มักตอบคำถามเมื่อถูกถามเกี่ยวกับการเลิกรา และวลี ปัญหาส่วนตัว บ่งบอกว่ามันเป็นเรื่องทั้งหมด ทั้งสองคน ปัญหาส่วนตัว มันไม่มีประโยชน์ที่จะบอกคนอื่น ไม่มีใครที่อยู่ห่างไกลต้องการเล่าเรื่องของพวกเขาให้คนอื่นฟัง โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องพูดให้คนทั่วไปเข้าใจ เพราะเพิ่งมีประสบการณ์ทะเลาะเบาะแว้งกัน 2 คน

ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาพอสมควรในการเลือกวิธีแก้ปัญหาก่อนที่จะตัดสินใจแยกทาง สำหรับคนนอกมักมีคำถามว่าอะไรหนักหนาพอที่จะแยกแยะได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคู่บ่าวสาว พวกเขาดูมุ่งมั่นที่จะเป็นสามีภรรยากันต่อไปก่อนที่จะแต่งงานกัน แต่ในชีวิตคู่จะรู้ว่าความตั้งใจก่อนแต่งกับหลังแต่งงานนั้นต่างจากเดิม แล้วคุณจะทำนายได้อย่างไรว่าจะเกิดอะไรขึ้น

เตรียมให้คำปรึกษาก่อนแต่งงานซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่สำหรับ ครอบครัว ก่อนแต่งงาน ฉันจะปรึกษาเรื่องนี้กับผู้ใหญ่ในครอบครัว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการเจรจาที่บ้าน มักจะเกี่ยวข้องกับการวางแผนงานแต่งงาน คุณจะอยู่ที่ไหนหลังงานแต่งงาน แต่การให้คำปรึกษาก่อนสมรสคือการพูดคุยกับที่ปรึกษา เตรียมดูกันว่าหลังแต่งงานจะเป็นอย่างไรและหน้าตาของทั้งสองฝ่ายจะเป็นอย่างไร

ทำความรู้จักกันและเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังแต่งงานรวมถึงการตรวจสุขภาพ ที่อาจส่งผลต่อการวางแผน การตั้งครรภ์ในอนาคตการรู้จักกันก่อนแต่งงานอาจช่วยให้ชีวิตสมรสราบรื่นขึ้น คุณไม่จำเป็นต้องแก้ไขหรือผิดหวังในภายหลัง ความเจ็บป่วยบางอย่างอาจทำให้เกิดความลำบากใจเกี่ยวกับคำแนะนำทางการแพทย์ การอยู่ร่วมกัน การแต่งงาน

ตรวจดูก่อนแล้วค่อยรักษาเพราะหลายโรค รักษาให้หายได้ หรือบางโรครักษาไม่หายก็อาจเป็นคำแนะนำของแพทย์ในการดูแลหรือแก้ไข หรือวิธีป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้น หลายท่านอาจคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่หลายท่านอาจพลาดไปโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะโรคต่อไปที่หมอเอดส์ตรวจ คือ โรคทางพันธุกรรม นี่อาจไม่ใช่ข้อกำหนดที่ชัดเจน

หากคุณเป็นโรคทางพันธุกรรมคุณจะไม่แต่งงาน โรคทางพันธุกรรมหลายอย่าง แพทย์สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับพันธุกรรมได้ จะทำอย่างไรเพื่อป้องกันหรือแก้ไขปัญหาทางพันธุกรรมนี้ จะเห็นได้ว่าการตรวจร่างกายไม่ใช่เพื่อจับผิด ฝ่ายหนึ่งไม่ได้ขอไม่แต่งงานแต่ช่วยเสริมให้ชีวิตสมรสมั่นคงขึ้น จะมีการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตนอกเหนือจากคำแนะนำทางการแพทย์

การแต่งงานเป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิต ทั้งสองจะต้องปรับตัวเข้าหากัน ใช้เวลาร่วมกันมากกว่าที่เคยอยู่ด้วยกัน นอกจากนี้เมื่อเราเป็นคู่รักบางครั้งเราตกหลุมรักและปล่อยให้ปัญหาบางอย่างซ่อนเร้นเป็นส่วนตัวหรือไม่เป็นส่วนตัวและการบ่นเรื่องการแต่งงานในอนาคตจะทำให้เกิดความไม่ชอบหน้ากัน ดังนั้นจึงเป็นการศึกษาแบบปลายเปิดของที่ปรึกษา ซึ่งเป็นคนนอกที่ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนเพื่อแสดงว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไร

เมื่อหาข้อมูลได้ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยกันเอง เมนเทอร์จะคอยแนะนำให้เราปรับตัวเข้าหากันเสมอ อาจมีความเห็นไม่ตรงกันหรือข้อเสนอแนะเพื่อลดความขัดแย้ง วิธีปฏิบัติที่สำคัญก่อนสมรสลดความขัดแย้งคือการสื่อสาร คุณมีแนวโน้มที่จะสื่อสารกันอย่างไรเมื่ออยู่ด้วยกัน การสื่อสารมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นเมื่อเกิดปัญหาขึ้น การสื่อสารใดที่มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดปัญหา เราอาจจะมองเห็นตัวเองได้ชัดเจนขึ้น

ในหลายๆ กรณี เราเป็นคนที่ชอบตำหนิเขา วิจารณ์เขา เราเป็นคนแนะนำเขา ชี้แนะแต่อย่างที่ว่า คนรักเขาอาจทำให้เราตำหนิได้ ลุยตามใจเขาทุกอย่างแต่พอแต่งงานคุณคงไม่เหมือนแฟนคุณหรอก เขาอาจเริ่มลุกขึ้นและไม่ฟังคำตำหนิ อาจเป็นเพราะเรากลับมาแล้วด้วย เราอาจจะรับไม่ได้หรืออาจมีปัญหามากขึ้น ดังนั้น ฝึกการสื่อสารก่อนแต่งงาน สิ่งนี้จะช่วยให้ทั้งคู่มีความสุขมากขึ้น เกี่ยวกับการสื่อสารที่ดี ความจริงไม่ใช่เรื่องยาก แต่เมื่อเราคุยกันทุกวันหากมีปัญหาในการสื่อสารก็ไม่สามารถวิเคราะห์ได้ด้วยตัวเอง

บทความที่น่าสนใจ คราบ การอธิบายความรู้เกี่ยวกับวิธีทำและขั้นตอนในการขจัดคราบอาเจียน